การพบก้อนกลมๆ ที่กรามซึ่งสามารถกลิ้งไปมาได้เป็นสิ่งที่สามารถสร้างความกังวลให้กับหลายคน ก้อนเหล่านี้มักเกิดจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม ด้านล่างนี้คือคำอธิบายถึงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้:
มีก้อนกลมๆ ที่กราม กลิ้งได้ เพราะเหตุใด?

- ก้อนน้ำลายอุดตัน
ก้อนที่กรามอาจเกิดจาก ก้อนหินน้ำลาย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแร่ธาตุสะสมในท่อน้ำลาย ทำให้เกิดการอุดตัน ก้อนเหล่านี้มักเป็นก้อนแข็งและสามารถเคลื่อนไปมาได้ บางคนอาจมีอาการปวดหรือบวมบริเวณกราม โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารหรือหลังกินอาหารที่กระตุ้นการหลั่งน้ำลาย เช่น ของเปรี้ยว
- ต่อมน้ำลายบวม
ต่อมน้ำลายอาจเกิดการอักเสบหรือบวมขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส เช่น โรคคางทูม หรือการอุดตันในท่อน้ำลาย อาการที่พบบ่อยคือการมีก้อนที่เคลื่อนไปมาได้ อาจมีความเจ็บปวดหรือไม่เจ็บปวดร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการบวม
- ซีสต์
ก้อนกลมๆ ที่สามารถกลิ้งได้อาจเป็น ซีสต์ ซึ่งเป็นถุงน้ำที่เกิดจากเนื้อเยื่อในร่างกาย ซีสต์ในบริเวณกรามส่วนใหญ่มักไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่ถ้ามีขนาดใหญ่หรือกดทับเส้นประสาท อาจทำให้เกิดอาการไม่สบาย
- ก้อนไขมัน
Lipoma หรือก้อนไขมันใต้ผิวหนังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ก้อนชนิดนี้มักมีลักษณะนิ่ม สามารถกลิ้งไปมาได้เมื่อสัมผัส และไม่เจ็บปวด ก้อนไขมันมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่หากมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจจำเป็นต้องผ่าตัดออก
- ต่อมน้ำเหลืองบวม
หากก้อนที่กรามเกิดจากต่อมน้ำเหลืองที่บวม อาจเป็นผลมาจากการติดเชื้อในร่างกาย เช่น การอักเสบในช่องปาก คอ หรือหู ต่อมน้ำเหลืองที่บวมสามารถกลิ้งได้เมื่อสัมผัส แต่จะค่อยๆ ลดลงเมื่อการติดเชื้อหายไป
- เนื้องอก
แม้จะพบได้น้อย แต่ก้อนกลมๆ ที่กรามอาจเป็นเนื้องอก เช่น เนื้องอกต่อมน้ำลาย ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นมะเร็งและไม่เป็นมะเร็ง หากมีก้อนที่โตเร็ว เจ็บ หรือกดทับทำให้เกิดอาการชา ควรรีบพบแพทย์
- การบาดเจ็บหรือเส้นเอ็นอักเสบ
บางครั้งก้อนที่กรามอาจเป็นผลจากการบาดเจ็บหรือเส้นเอ็นที่ยึดกรามอักเสบ ก้อนเหล่านี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและมักหายไปเองเมื่ออาการอักเสบลดลง

ควรทำอย่างไรเมื่อพบก้อนที่กราม?
หากคุณมีก้อนที่กรามและสามารถกลิ้งได้ ควรพิจารณาสังเกตอาการดังนี้:
– หากก้อนไม่เจ็บและไม่มีการโตขึ้น อาจรอดูอาการก่อน
– หากก้อนเจ็บ โตเร็ว หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ไข้ ปวดกลืนอาหาร หรือชารอบบริเวณ ควรปรึกษาแพทย์
– แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น ใช้อัลตราซาวด์ ซีทีสแกน หรือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังราคาถูก